เว็บไม่มีกุญแจ (HTTPS) ลูกค้าหนี Google ไม่ปลื้ม! จ่าวิทแนะวิธีแก้
เว็บไม่มีกุญแจ (HTTPS) ลูกค้าหนี Google ไม่ปลื้ม! จ่าวิทแนะวิธีแก้
ทำไมเว็บที่ไม่มีรูปกุญแจ ถึงเหมือนร้านค้าที่ไม่ได้ล็อกประตูครับ?
สวัสดีครับพี่น้อง SME ทุกท่าน ผมจ่าวิท จากพระนครซอฟต์ครับ วันนี้อยากจะมาชวนคุยเรื่องง่ายๆ แต่สำคัญมากๆ ที่หลายคนมองข้ามไป นั่นคือ “รูปแม่กุญแจ” เล็กๆ ที่อยู่หน้าชื่อเว็บไซต์ของเราบนเบราว์เซอร์ครับ
ลองนึกภาพตามนะครับ ถ้าเราจะเดินเข้าร้านค้าสักร้าน แต่หน้าร้านไม่มีประตู ไม่มีกลอน ดูโล่งๆ ใครจะเข้าจะออกก็ได้ เราจะกล้าหยิบบัตรเครดิตออกมาจ่ายเงิน หรือให้ข้อมูลส่วนตัวกับพนักงานไหมครับ? คำตอบคือไม่แน่นอนใช่ไหมครับ เว็บไซต์ที่ยังเป็น HTTP:// ธรรมดา (ไม่มีตัว s ต่อท้าย) ก็ไม่ต่างกันเลยครับ เบราว์เซอร์สมัยนี้อย่าง Google Chrome ถึงกับขึ้นป้ายเตือนตัวใหญ่ๆ ว่า “ไม่ปลอดภัย” (Not Secure) ซึ่งมันส่งผลกระทบโดยตรงกับธุรกิจของเรามากกว่าที่คิดครับ
ผลกระทบเมื่อเว็บของคุณ “ไม่ปลอดภัย” ในสายตาลูกค้าและ Google
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามนะครับ แต่มันคือความเชื่อมั่นและโอกาสทางธุรกิจล้วนๆ เลยครับ
- ลูกค้าขาดความไว้ใจ: พอเห็นคำว่า “ไม่ปลอดภัย” ใครจะกล้ากรอกข้อมูลส่วนตัว เบอร์โทร หรือแม้แต่สั่งซื้อสินค้าครับ? เราอาจเสียลูกค้าไปดื้อๆ ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เสนอขายของเลยครับ
- ข้อมูลอาจรั่วไหล: การเชื่อมต่อแบบ HTTP ธรรมดา เหมือนเราตะโกนคุยกันในที่สาธารณะ ใครๆ ก็ดักฟังได้ครับ ข้อมูลที่ลูกค้ากรอกอาจถูกแฮกเกอร์ขโมยไปได้ง่ายๆ ซึ่งอันตรายและส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของแบรนด์อย่างมากครับ
- อันดับ SEO ตก: Google ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้งานเป็นอันดับแรกๆ ครับ เว็บไซต์ที่ติดตั้ง SSL (HTTPS) จะมีคะแนน SEO ดีกว่าเว็บที่ไม่มีอย่างชัดเจน ถ้าเว็บคู่แข่งมี แต่เราไม่มี โอกาสที่เราจะถูกจัดอันดับต่ำกว่าก็สูงมากครับ
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: เลือก SSL อย่างไร และแก้ปัญหาหลังติดตั้ง
พอพูดถึงเรื่องทางเทคนิคแบบนี้ ผมเองก็ต้องยกหูไปปรึกษาทีมงานมือโปรของเราครับ ผมได้คุยกับ คุณแป้ง พระนครซอฟต์ (Watcharapong) ผู้เชี่ยวชาญด้าน WordPress & SEO ของเรา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนที่สุดมาฝากทุกท่านครับ
ผมถามคุณแป้งว่า “แล้วเราจะเริ่มยังไงดี SSL มีหลายแบบมาก” คุณแป้งให้คำแนะนำที่เข้าใจง่ายๆ มาว่า:
“สำหรับเว็บธุรกิจ SME ทั่วไป การเริ่มต้นด้วย SSL ที่แถมมากับโฮสติ้ง (เช่น Let’s Encrypt) ก็เพียงพอแล้วครับ มันช่วยเข้ารหัสข้อมูลและทำให้เว็บขึ้น HTTPS ได้เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นเว็บ E-commerce ขนาดใหญ่ หรือเว็บองค์กรที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงสุด การลงทุนใช้ SSL แบบเสียเงินประเภท OV (Organization Validation) ที่มีการตรวจสอบองค์กร ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้มากยิ่งขึ้นครับ”
คุณแป้งยังเตือนถึงปัญหาที่เจอบ่อยๆ หลังติดตั้ง SSL ด้วยครับ นั่นคือปัญหา “Mixed Content” ที่ทำให้รูปกุญแจไม่ขึ้น หรือขึ้นเป็นสีเทาพร้อมเครื่องหมายตกใจ คุณแป้งอธิบายว่า:
“Mixed Content เกิดจากการที่เราติดตั้ง SSL แล้ว แต่ยังมีบางส่วนของเว็บ เช่น รูปภาพ หรือสคริปต์บางตัว ที่ยังเรียกใช้งานผ่านลิงก์ HTTP แบบเก่าอยู่ครับ ทำให้ความปลอดภัยมันไม่สมบูรณ์ 100% วิธีแก้คือต้องใช้เครื่องมือไล่ตรวจสอบและแก้ไขลิงก์เหล่านั้นให้เป็น HTTPS ทั้งหมด ซึ่งถ้าไม่เชี่ยวชาญอาจจะยุ่งยากนิดหน่อย แต่เป็นเรื่องที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยครับ”
บทสรุป: กุญแจดอกเล็กๆ สู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
เห็นไหมครับว่า การติดตั้ง SSL Certificate ให้เว็บเป็น HTTPS ไม่ใช่แค่เรื่องทางเทคนิคที่น่าปวดหัว แต่มันคือการลงทุนในความน่าเชื่อถือของแบรนด์เราโดยตรงครับ มันคือการบอกลูกค้าว่า “ร้านของเราปลอดภัยนะ เข้ามาใช้บริการได้อย่างสบายใจได้เลย” และยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีให้กับ Google อีกด้วยครับ
หากท่านใดกำลังประสบปัญหานี้ หรือไม่แน่ใจว่าเว็บไซต์ของตัวเองปลอดภัยดีแล้วหรือยัง อย่าลังเลที่จะปรึกษาทีมงานพระนครซอฟต์นะครับ เราพร้อมให้คำแนะนำและดูแลให้เว็บไซต์ของคุณกลับมาแข็งแกร่งและน่าเชื่อถืออีกครั้งครับผม