ลิงก์เสีย (404) ตัวร้าย ทำลายโอกาสธุรกิจ! จ่าวิทและแป้ง พระนครซอฟต์ ชวนเคลียร์ให้เว็บปัง
ลิงก์เสีย (404) ตัวร้าย ทำลายโอกาสธุรกิจ! จ่าวิทและแป้ง พระนครซอฟต์ ชวนเคลียร์ให้เว็บปัง
สวัสดีครับพี่น้อง SME ที่น่ารักทุกท่าน! ผมจ่าวิทเองครับ วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญที่หลายคนอาจจะมองข้าม แต่กลับส่งผลกระทบต่อธุรกิจออนไลน์ของคุณอย่างจัง นั่นก็คือ “ลิงก์เสีย” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “หน้า 404 Not Found” นั่นแหละครับ
ลองนึกภาพดูนะครับ ลูกค้ากำลังสนใจสินค้าหรือบริการของคุณ คลิกเข้าไปในลิงก์ที่น่าสนใจ แต่กลับเจอหน้าขาวๆ พร้อมข้อความว่า “ไม่พบหน้านี้” ความรู้สึกแรกคืออะไรครับ? หงุดหงิดใช่ไหมล่ะครับ? แล้วถ้าเป็นแบบนี้บ่อยๆ ลูกค้าก็หนีหายไปหาคู่แข่งแน่ๆ ครับ
ลิงก์เสียคืออะไร? ทำไม SME ต้องใส่ใจ?
ลิงก์เสียก็คือลิงก์บนเว็บไซต์ของคุณที่เมื่อคลิกแล้วไม่สามารถนำทางไปยังหน้าปลายทางที่ถูกต้องได้ อาจจะเพราะหน้านั้นถูกลบไปแล้ว เปลี่ยน URL ไปแล้ว หรือพิมพ์ผิดเองก็ตามครับ
- ประสบการณ์ผู้ใช้ (User Experience) แย่ลง: ลูกค้าผิดหวัง เสียเวลา และอาจจะไม่กลับมาอีก
- ทำลาย SEO (Search Engine Optimization): Google ไม่ชอบเว็บไซต์ที่มีลิงก์เสียเยอะๆ ครับ เพราะมันหมายถึงเว็บไซต์ที่ไม่ได้รับการดูแล ทำให้คะแนน SEO ลดลง ส่งผลให้อันดับการค้นหาตกลงไปด้วย
- เสียโอกาสทางธุรกิจ: เมื่อลูกค้าเข้าถึงข้อมูลไม่ได้ ก็หมายถึงโอกาสในการขายที่หายไปครับ
จ่าวิทชวนค้นหา ลิงก์เสียอยู่ตรงไหนบ้าง?
ไม่ต้องตกใจไปครับ เรามีวิธีหาตัวการพวกนี้ได้ง่ายๆ ครับ
- Google Search Console: นี่คือเครื่องมือฟรีจาก Google ที่ผมแนะนำให้ SME ทุกคนต้องมีและใช้เป็นครับ เข้าไปที่เมนู “Pages” แล้วมองหาหัวข้อ “Not found (404)” คุณจะเห็นรายชื่อลิงก์เสียทั้งหมดบนเว็บไซต์ของคุณเลยครับ
ซึ่งจุดนี้ แป้ง พระนครซอฟต์ ได้แนะนำสูตรเด็ดมาว่า “Google Search Console เป็นเหมือนหมอประจำเว็บไซต์ที่วินิจฉัยโรคให้เราฟรีๆ ครับ ใช้มันให้เต็มที่เลย เพราะข้อมูลที่ได้มาคือของจริงที่ Google เห็นและใช้จัดอันดับเว็บไซต์เราโดยตรง” - ปลั๊กอินสำหรับ WordPress: ถ้าเว็บไซต์ของคุณใช้ WordPress ก็มีปลั๊กอินอย่าง Broken Link Checker ที่ช่วยสแกนหาลิงก์เสียได้ครับ แต่ต้องระวังนิดนึงนะครับ
ทางด้าน แป้ง พระนครซอฟต์ (คุณวัชรพงษ์) บอกกับผมไว้เลยครับว่า “ปลั๊กอิน Broken Link Checker มีประโยชน์มาก แต่ก็กินทรัพยากรของโฮสติ้งพอสมควรครับ ถ้าเว็บคุณมีขนาดใหญ่หรือโฮสติ้งไม่แรงพอ อาจจะทำให้เว็บช้าลงได้ครับ แนะนำให้รันสแกนเป็นครั้งคราว แล้วปิดการทำงานเมื่อไม่ใช้งาน หรือใช้ Google Search Console เป็นหลักจะดีกว่าครับ”
ลงมือแก้ไข! เคลียร์ลิงก์เสียยังไงให้ถูกวิธี?
เมื่อเจอลิงก์เสียแล้ว ก็ถึงเวลาลงมือแก้ไขครับ
- แก้ไขลิงก์โดยตรง: ถ้าคุณเปลี่ยน URL ของหน้าเว็บเดิมไปแล้ว แต่เนื้อหายังอยู่ ก็แค่เข้าไปแก้ไขลิงก์ให้ชี้ไปยัง URL ใหม่ที่ถูกต้องครับ
- ลบลิงก์ทิ้ง: ถ้าเนื้อหานั้นไม่มีอยู่แล้ว และไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาใดๆ บนเว็บไซต์อีกต่อไป ก็ลบลิงก์นั้นทิ้งไปเลยครับ
- Redirect (การเปลี่ยนเส้นทาง) แบบ 301: นี่คือวิธีที่สำคัญที่สุดและเป็นมิตรต่อ SEO มากที่สุดครับ การทำ Redirect 301 คือการบอก Google และผู้ใช้ว่า “หน้านั้นย้ายไปอยู่ที่ใหม่แล้วนะ” ซึ่งจะช่วยส่งต่อคะแนน SEO จากลิงก์เก่าไปยังลิงก์ใหม่ได้ด้วยครับ
สำหรับ WordPress คุณสามารถใช้ปลั๊กอินอย่าง Rank Math (ในส่วนของ Redirections) หรือปลั๊กอินเฉพาะทางเช่น Redirection ก็ได้ครับ ง่ายและสะดวกมากๆ ครับ
แป้ง พระนครซอฟต์ ย้ำเสมอว่าเรื่องนี้สำคัญมากครับ “การทำ 301 Redirect ให้กับลิงก์เสียที่เคยมีทราฟฟิกหรือ Backlink มาก่อน เป็นการรักษาพลัง SEO เก่าๆ ไม่ให้สูญหายไปครับ และยังช่วยให้ผู้ใช้ไม่เจอหน้า 404 อีกด้วย ถือเป็นหัวใจของการจัดการลิงก์เสียเลยทีเดียว”
ดูแลสม่ำเสมอ เว็บไซต์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง!
การดูแลเว็บไซต์ก็เหมือนการดูแลร้านค้าของเราครับ ต้องหมั่นตรวจตรา ทำความสะอาด และจัดระเบียบอยู่เสมอ การตรวจสอบลิงก์เสียเป็นประจำ (เช่น เดือนละครั้ง หรือทุกไตรมาส) จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ ไม่เสียลูกค้า และยังคงเป็นที่รักของ Google ครับ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับพี่น้อง SME ทุกท่านนะครับ อย่าปล่อยให้ลิงก์เสียมาทำร้ายธุรกิจของคุณเลยครับ ลงมือทำวันนี้ เว็บไซต์ของคุณจะแข็งแรงและเติบโตได้อย่างยั่งยืนแน่นอนครับ! แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าครับ ผมจ่าวิท!