เว็บไม่มีกุญแจ (HTTPS) ลูกค้าหนี Google ไม่ปลื้ม! จ่าวิทแนะวิธีแก้

เว็บไม่มีกุญแจ (HTTPS) ลูกค้าหนี Google ไม่ปลื้ม! จ่าวิทแนะวิธีแก้

cover-1779822355

ทำไมเว็บที่ไม่มีรูปกุญแจ ถึงเหมือนร้านค้าที่ไม่ได้ล็อกประตูครับ?

สวัสดีครับพี่น้อง SME ทุกท่าน ผมจ่าวิท จากพระนครซอฟต์ครับ วันนี้อยากจะมาชวนคุยเรื่องง่ายๆ แต่สำคัญมากๆ ที่หลายคนมองข้ามไป นั่นคือ “รูปแม่กุญแจ” เล็กๆ ที่อยู่หน้าชื่อเว็บไซต์ของเราบนเบราว์เซอร์ครับ

ลองนึกภาพตามนะครับ ถ้าเราจะเดินเข้าร้านค้าสักร้าน แต่หน้าร้านไม่มีประตู ไม่มีกลอน ดูโล่งๆ ใครจะเข้าจะออกก็ได้ เราจะกล้าหยิบบัตรเครดิตออกมาจ่ายเงิน หรือให้ข้อมูลส่วนตัวกับพนักงานไหมครับ? คำตอบคือไม่แน่นอนใช่ไหมครับ เว็บไซต์ที่ยังเป็น HTTP:// ธรรมดา (ไม่มีตัว s ต่อท้าย) ก็ไม่ต่างกันเลยครับ เบราว์เซอร์สมัยนี้อย่าง Google Chrome ถึงกับขึ้นป้ายเตือนตัวใหญ่ๆ ว่า “ไม่ปลอดภัย” (Not Secure) ซึ่งมันส่งผลกระทบโดยตรงกับธุรกิจของเรามากกว่าที่คิดครับ

ผลกระทบเมื่อเว็บของคุณ “ไม่ปลอดภัย” ในสายตาลูกค้าและ Google

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามนะครับ แต่มันคือความเชื่อมั่นและโอกาสทางธุรกิจล้วนๆ เลยครับ

  • ลูกค้าขาดความไว้ใจ: พอเห็นคำว่า “ไม่ปลอดภัย” ใครจะกล้ากรอกข้อมูลส่วนตัว เบอร์โทร หรือแม้แต่สั่งซื้อสินค้าครับ? เราอาจเสียลูกค้าไปดื้อๆ ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เสนอขายของเลยครับ
  • ข้อมูลอาจรั่วไหล: การเชื่อมต่อแบบ HTTP ธรรมดา เหมือนเราตะโกนคุยกันในที่สาธารณะ ใครๆ ก็ดักฟังได้ครับ ข้อมูลที่ลูกค้ากรอกอาจถูกแฮกเกอร์ขโมยไปได้ง่ายๆ ซึ่งอันตรายและส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของแบรนด์อย่างมากครับ
  • อันดับ SEO ตก: Google ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้งานเป็นอันดับแรกๆ ครับ เว็บไซต์ที่ติดตั้ง SSL (HTTPS) จะมีคะแนน SEO ดีกว่าเว็บที่ไม่มีอย่างชัดเจน ถ้าเว็บคู่แข่งมี แต่เราไม่มี โอกาสที่เราจะถูกจัดอันดับต่ำกว่าก็สูงมากครับ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: เลือก SSL อย่างไร และแก้ปัญหาหลังติดตั้ง

พอพูดถึงเรื่องทางเทคนิคแบบนี้ ผมเองก็ต้องยกหูไปปรึกษาทีมงานมือโปรของเราครับ ผมได้คุยกับ คุณแป้ง พระนครซอฟต์ (Watcharapong) ผู้เชี่ยวชาญด้าน WordPress & SEO ของเรา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนที่สุดมาฝากทุกท่านครับ

ผมถามคุณแป้งว่า “แล้วเราจะเริ่มยังไงดี SSL มีหลายแบบมาก” คุณแป้งให้คำแนะนำที่เข้าใจง่ายๆ มาว่า:

“สำหรับเว็บธุรกิจ SME ทั่วไป การเริ่มต้นด้วย SSL ที่แถมมากับโฮสติ้ง (เช่น Let’s Encrypt) ก็เพียงพอแล้วครับ มันช่วยเข้ารหัสข้อมูลและทำให้เว็บขึ้น HTTPS ได้เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นเว็บ E-commerce ขนาดใหญ่ หรือเว็บองค์กรที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงสุด การลงทุนใช้ SSL แบบเสียเงินประเภท OV (Organization Validation) ที่มีการตรวจสอบองค์กร ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้มากยิ่งขึ้นครับ”

คุณแป้งยังเตือนถึงปัญหาที่เจอบ่อยๆ หลังติดตั้ง SSL ด้วยครับ นั่นคือปัญหา “Mixed Content” ที่ทำให้รูปกุญแจไม่ขึ้น หรือขึ้นเป็นสีเทาพร้อมเครื่องหมายตกใจ คุณแป้งอธิบายว่า:

“Mixed Content เกิดจากการที่เราติดตั้ง SSL แล้ว แต่ยังมีบางส่วนของเว็บ เช่น รูปภาพ หรือสคริปต์บางตัว ที่ยังเรียกใช้งานผ่านลิงก์ HTTP แบบเก่าอยู่ครับ ทำให้ความปลอดภัยมันไม่สมบูรณ์ 100% วิธีแก้คือต้องใช้เครื่องมือไล่ตรวจสอบและแก้ไขลิงก์เหล่านั้นให้เป็น HTTPS ทั้งหมด ซึ่งถ้าไม่เชี่ยวชาญอาจจะยุ่งยากนิดหน่อย แต่เป็นเรื่องที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยครับ”

บทสรุป: กุญแจดอกเล็กๆ สู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

เห็นไหมครับว่า การติดตั้ง SSL Certificate ให้เว็บเป็น HTTPS ไม่ใช่แค่เรื่องทางเทคนิคที่น่าปวดหัว แต่มันคือการลงทุนในความน่าเชื่อถือของแบรนด์เราโดยตรงครับ มันคือการบอกลูกค้าว่า “ร้านของเราปลอดภัยนะ เข้ามาใช้บริการได้อย่างสบายใจได้เลย” และยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีให้กับ Google อีกด้วยครับ

หากท่านใดกำลังประสบปัญหานี้ หรือไม่แน่ใจว่าเว็บไซต์ของตัวเองปลอดภัยดีแล้วหรือยัง อย่าลังเลที่จะปรึกษาทีมงานพระนครซอฟต์นะครับ เราพร้อมให้คำแนะนำและดูแลให้เว็บไซต์ของคุณกลับมาแข็งแกร่งและน่าเชื่อถืออีกครั้งครับผม

Leave A Comment